แกะสลักผัก – ผลไม้ ภูมิปัญญาไทยอาศัยความคิดและความใจเย็น

การแกะสลักบนจานอาหาร มีมาแต่ตั้งสมัยอยุธยา

“ถ้าสอนอย่างต่อเนื่อง งานแกะสลักผักผลไม้ จะไม่ได้อยู่แค่จัดการเรียนการสอนอย่างเดียว มันจะเข้าไปสู่งานอนุรักษ์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย ทำยังไงให้ยั่งยืน ทำให้เด็กเห็นคุณค่าของมรดกทางภูมิปัญญาไทย ทำยังไงให้ไปต่อยอดที่เข้าไปสู่วิถีการดำเนินชีวิตได้” 

ข้างต้น คือคำพูดของครูผู้มีใจรักในงานแกะสลัก นางสาวนภากูล ธาตุ โรงเรียนบ้านช้างคับ อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ที่ได้สร้างชื่อเสียงและส่งนักเรียนเข้าแข่งขันแกะสลักจนได้รับรางวัลชนะเลิศมากมาย (อ้างอิงจาก มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี) ดังข้อความก็บอกให้เห็นเลยว่าการแกะสลักไม่ได้เป็นเพียงแค่การสอนเท่านั้น แต่มันเป็นแนวทางในการอนุรักษ์ความเป็นไทยได้ด้วย

แกะสลักผัก – ผลไม้ ภูมิปัญญาไทยอาศัยความคิดและความใจเย็น

แกะสลักเพื่ออะไร เมื่อสุดท้ายก็ต้องรับประทานอยู่ดี

การแกะสลัก เป็นงานฝีมือที่มีรูปแบบเฉพาะที่ต้องมาพร้อมกับความตั้งใจ ความประณีต ความงดงาม ทั้งยังเป็นศิลปะที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน จนทำให้ทุกวันนี้การแกะสลักถูกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเลยล่ะค่ะ

ซึ่งเรื่องราวของการแกะสลักในประเทศไทย ดำเนินเรื่องมาตั้งแต่ในสมัยอยุธยาเรื่อยมา จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังคงมีศิลปะแขนงนี้ปรากฏให้เห็นอยู่ ที่สำคัญการแกะสลักไม่ได้เพียงแต่จะให้ความสวยงามเท่านั้น แต่การแกะสลักผัก ผลไม้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของคนทำ ทั้งยังช่วยสร้างคุณค่าด้านจิตใจ ฝึกฝนสมาธิ และช่วยให้ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ควรค่าแก่การอุดหนุนอีกด้วย

การแกะสลักบนจานอาหาร มีมาแต่ตั้งสมัยอยุธยา

หลายคนคงสังเกตได้ง่าย ๆ หากมีผลไม้ 2 อย่างวางอยู่ใกล้กัน ราคาใกล้เคียงกัน ฝั่งหนึ่งเป็นผลไม้ธรรมดาที่อยู่ในถุงพลาสติก แต่อีกฝั่งหนึ่งเป็นผลไม้ที่ผ่านการแกะสลัก ถูกจัดอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม น่ารับประทาน หากเลือกได้คุณก็คงต้องการเลือกผลไม้ประเภทที่ 2 ใช่ไหมล่ะคะ? ดังนั้นแล้ว หากเกิดคำถามว่าทำไมต้องแกะสลัก ทำไปแล้วไม่เสียเวลาหรือ ทั้งหมดทั้งมวลนี้คงกลายเป็นคำตอบในคำถามที่คุณสงสัยได้เป็นอย่างดี หรือเรียกง่าย ๆ ว่านี่คือการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้านั่นเอง

แล้วยิ่งเป็นในโอกาสพิเศษ อย่างวันแต่งงาน วันครบรอบ หรือตามร้านอาหารต่าง ๆ ด้วยแล้ว การแกะสลักนี่แหละค่ะ ที่ถือว่าเป็นตัวชูโรงให้กับจานอาหาร อีกทั้งในยุคนี้เป็นยุคโซเชียล ที่หลายคนมักจะเติมเต็มความสุข ด้วยการถ่ายภาพคู่กับจานอาหาร และโพสต์ลงในพื้นที่สาธารณะ ดังนั้นแล้วหากจานอาหารที่คุณทำมีการแกะสลักที่น่าประทับใจ บวกกับรสชาติอาหารที่เพอร์เฟ็ค มีหรือที่ลูกค้าเหล่านั้นจะไม่กลับมาเสพความสวยงามและความสุขนี้ซ้ำอีกหลาย ๆ รอบ

แกะสลักเพื่ออะไร เมื่อสุดท้ายก็ต้องรับประทานอยู่ดี

แกะสลักใครๆก็ทำได้ แต่ทำให้สวยและดี ทำยาก

หากใครที่เคยผ่านการแกะสลักในช่วงสมัยเรียนมาแล้ว คงจะรู้กันอยู่ดีว่าการสลักเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่หากตั้งใจคุณก็สามารถทำมันออกมาได้เช่นกัน ซึ่งการแกะสลักให้ออกมาสวยและดูดี คุณจะต้องทำความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการทำเสียก่อน

ซึ่งวัตถุประสงค์ในการแกะสลัก จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แกะสลักเพื่อรับประทานและแกะสลักเพื่อโชว์ความสวยงาม

  • แกะสลักเพื่อรับประทาน : ส่วนใหญ่จะใช้การปลอก คว้าน และเติมลวดลายต่าง ๆ แบบพอดี เพื่อให้คนกล้าที่จะรับประทานมันเข้าไป ซึ่งการแกะสลักประเภทนี้จะต้องใช้วิธีการแกะสลักให้เนื้อของผักหรือผลไม้ เสียหายน้อยที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับคุณค่าทางสารอาหารแบบครบถ้วน
แกะสลักเพื่อรับประทาน
  • แกะสลักเพื่อโชว์ความสวยงาม : สำหรับการแกะสลักประเภทนี้ จะจัดเต็มในเรื่องของความสวยงามและลวดลาย ที่จะต้องมีอยู่บนผัก – ผลไม้ ส่วนใหญ่จะไม่นิยมทำกันตรงเนื้อของผักผลไม้ เพราะจะทำให้คุณค่าทางสารอาหารลดลง อีกทั้งยังมีการนำเศษไม้หรือกาวมาใช้สำหรับการตกแต่งด้วย (รับประทานไม่ได้) แต่หากต้องการเป็นการโชว์เพื่อรับประทาน ก็จะนิยมทำกันที่เปลือกด้านนอกนั่นเองค่ะ
แกะสลักเพื่อโชว์ความสวยงาม

เพียงแค่คุณเข้าใจวัตถุประสงค์ ตั้งใจทำ บวกกับพรสวรรค์ และการฝึกฝน การแกะสลักที่เป็นงานฝีมือของคนไทย คงไม่ยากเกินกำลังอย่างแน่นอน ยิ่งในช่วงนี้มีโควิด-19 ระบาดอยู่ด้วย ลองหารายได้เสริมเล็ก ๆ หรือแกะสลักเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าที่กำลังขาย ก็ดูจะเป็นแนวทางที่จะสร้างรายได้ได้ไม่น้อยเลยนะ แต่เอาเป็นว่าใครกำลังอยากฝึกก็เตรียมร่างกายและมีสมาธิดี ๆ ล่ะ เพราะมีดแหะสลักก็คมใช่เล่น ระวังจะได้ไปใช้ประกันสุขภาพที่โรงพยาบาลแทนนะคะ…เป็นห่วง

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *